เปิดถนนสายอาเซียน อุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์เตรียมโลดแล่นใน AEC ใน “Automotive Summit 2012”

 

 

งานการสัมมนา Automotive Summit 2012 ที่ไบเทค บางนา และแนวความคิด ซัพพลายเชนอุตฯ ยานยนต์   จะอยู่จุดใดในปี 2558 หลัง AEC?” ซึ่งได้ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมสนับสนุน โดยมีนักวิชาการและวิทยากรหลายท่านที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้านนี้ มาร่วมให้ข้อมูลข่าวสาร โดยมีคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นนักวิชาการในประเทศและต่างประเทศ

ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นไทย การเตรียมรับอาเซียน เกี่ยวกับเรื่อง ITIC  เป็นศูนย์ข่าวสารข้อมูล  ซึ่งในปัจจุบันจัดเตรียมข้อ มูลข่าวสารการจราจร โดยผ่านระบบ  INTERNET  โดยสามารถเข้าใช้งานผ่านทาง  http://www.iticfoundation.org/th   และเพื่อเป็นการเอื้ออำนวยทางการค้าขาย  แบบ Single window  ทางกรมศุลกากรจึงได้เป็นเจ้าภาพในปี 2015  ทำให้การเดินทางทั่วถึงกัน  โดยสามารถนำรถจากต่างประเทศ นำเข้ามาใช้ข้ามพรมแดนได้  โดยไม่ต้องเสียภาษี (Asean Route) เพื่อการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันโดยสมาชิกทั่วหน้า  (Single Market and Production Base)  การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง (Highly Competitive Economic Region)

การวิเคราะห์ยอดการผลิตการขายและการส่งออก ซึ่งในปีนี้ ไทย และอินโดเนเซีย มียอดตัวเลขเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ญี่ปุ่น จีน อินโดเนเซีย มีความสนใจในการร่วมลงทุนกันอย่างจริงจัง ซึ่งสรุปได้ว่า ยอดส่งออกและยอดขายในประเทศไทย มีการจัดแชมเปญ  ประเภทของรถมากที่สุด คือ รถกระบะ และอีโกคาร์  ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นและความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์

จุดแข็งและจุดอ่อน Swot (สมาคมผู้ผลิต) อุตสาหกรรมยานยนต์

จุดแข็งของอุตสาหกรรมยานยนต์   ซึ่งปกติบริษัทประกอบรถเก๋ง และ รถบรรทุก   มีประมาณ 14-17  บริษัท  โดยจำกัดจำนวนผู้ประกอบการรถยนต์   เพื่อลดการแข่งขัน  WTO  จึงได้เปิดให้มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น  โดยแบ่งแยก Tier 1  โดยเน้นผู้ผลิตที่เป็นเจ้าของคนไทย 100 %  เป็นจุดยืนในการเข้าร่วม และ Tier 2,3 กลุ่ม Local Supplier (ตามรายละเอียดแผนภูมิ )

จุดอ่อน

-การขาดโลหะ จัดหาวัสดุดิบยาก แหล่งนำเข้าวัตถุดิบ

-ขาดแรงงานไร้ฝีมือ ขาดคนงานที่จะมาทำงาน

-ขาด R&D ศูนย์การวิจัยและทดสอบ เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อสนองความต้องการทางด้านนี้ และในอนาคตข้างหน้า พัฒนาเพิ่มจำนวนศูนย์การทดสอบมากขึ้น

-ปัญหาการขาดแรงงาน โดยใช้ระบบการผลิตอัตโนมัติ เพื่อไม่ต้องมีการปรับปรุง

โอกาส

-ผู้ผลิตต่างประเทศ

-ใช้จุดยุทธศาสตร์

-ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ACE ด้านอุตสาหกรรม โดยมีรัฐบาลเข้าร่วมสนับสนุน

ภัยคุกคาม

-เปลี่ยนฐานการผลิต หรือประเทศอื่นๆ นอกจาก AEC การใช้เสถียรภาพ มีการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ SME มีจำนวนเป็น 100 จากญี่ปุ่น ในอาเซียน

-ความท้าทายและความขาดแคลนด้านแรงงาน

โดย Boi ได้มีการอนุมัติ ภายในปลายปีนี้ สำหรับโครงการการทำงาน เพื่อเพิ่มทักษะ แรงงานฝีมือ ร่วมกับหน่วยงาน กรมแรงงาน, กระทรวง อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพมาตราฐานแรงงานไทย ทางด้านภาษา เราจึงต้องเตรียมพร้อม โดยการวัดเกรด ระดับ แต่ละบุคคล โดยการรับรองจากสถาบันอบรมผู้ผลิต ชิ้นส่วนอะไหล่โดยจัดเรียนภายในโรงงาน , กลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา ระดับ ปวช.,ปวส ที่ได้รับการว่าจ้างแรงงาน โดยจัดเป็นโครงการบริษัท เพื่อตอบแทนสังคม

โดยการเปรียบเทียบในปี 2010 จำนวนแรงงาน 400,000 คน ซึ่งหากภายในอนาคตข้างหน้า 2020 โรงงานการผลิตเพิ่มสูงขึ้น จำนวนแรงงาน ปรับเพิ่มขึ้นเป็นยอด 900,000 คน วิธีการจัดการปัญหาอย่างไร กับระบบการศึกษา ซึ่งเพิ่มอัตราการผลิต 3% โดยแนวคิดในการช่วยประหยัด ลดแรงงานที่ต้องการ โดยการนำระบบอิเล็คทรอนิคส์ เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งเบาแรงงาน

โดยตั้งเป็นกรอบรัฐศาสตร์ ไว้ใน 8 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ 2013-2020 ปรับมาตราฐานการทำงานของโลก โดยปรับปรุงร่วมกับทางภาคเอกชนเป็นฐานข้อมูล ด้านอุตสาหกรรมชิ้นส่วน ระดับวิศวกร อาชีวศึกษา ประมาณ 40% ของทุกปี โดยกระทรวงแรงงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

AEC การเปิดแรงงานเสรี (ฟรีโซน) ตลาดแรงงานจะใหญ่ขึ้น เติบโตขึ้นถึง 40 %  มีโอกาสที่จะได้รับค่าแรงที่สูงขึ้น หากวิชาชีพของท่านเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน นอกจากนั้นจะเกิดความร่วมมือระหว่างประเทศภาคีสมาชิกในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกันแสดงว่าท่านมีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนามากขึ้น โดยสามารถอยู่ในประเทศใดก็ได้ ภายใต้ระเบียบ กฎหมายและมาตรฐานแบบเดียวกัน  ประเทศไทยเชื่อมต่อทางด้านขนส่งทางบก โดยมาเลเซียสนับสนุน ท่าเรือน้ำลึกทวาย  เศรษฐกิจตลาดเสรี  ภาษีศุลกากรต่ำลง  เชื่อมโยง AEC โดยจัดมีซัพพลายเชนร่วมกัน รถไฟความเร็วสูง โดยการลงทุน 2000-3000 ล้าน บริเวณอ่าว การบริการขนส่ง เชื่อมโยงการบิน ศูนย์กลางโลจิสติก ส่งเสริมการขนส่งทางภาคพื้นดิน

**คำว่า “ตลาดเสรี”  ตามความหมายแสดงว่า   ระหว่างประเทศในประชาคม  จะต้องเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรี  ไม่ว่าจะป็น ทุน แรงงาน ทรัพยากร วัตถุดิบ โดยไม่มีอุปสรรคด้านภาษีและมาตรการอื่นใดมากีดกั้น นอกจากเรื่องการเคลื่อนย้าย ปัจจัยการผลิตอย่างเสรีแล้ว ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานของสินค้า และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทุกประเทศในอาเซียนต้องอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน  โดยประชาคมอาเซียนจะมีประชากรประมาณ 580ล้านคน

Partner เปิดเสรีการค้า การบริการ สินค้า แรงงาน โดยลิขสิทธิ์ทางทรัพย์สิน  รวมถึงการผลิต กำลังแรงงาน ในอาเซียน ต่อผลกระทบ

- ตลาดเพื่อบูรณาการ  เปิดโอกาสใหม่ให้กับรถยนต์  โดยปัจจุบันรถยนต์แห่งชาติ เปลี่ยนแปลงเป็นภาคเอกชน คือ รถยนต์ไฮบริด ถือเป็นโอกาสที่เราต้องพิจารณา

ขอขอบคุณ : reed tradex (Organized) , นักวิชาการ งานสัมมนา AUTOMOTIVE SUMMIT 2012

 

Leave a Reply