สะพานไทย-ลาว (เชียงของ-ห้วยทราย) ประตูเชื่อมจีนกับอาเซียน

       โครงการ สะพานมิตรภาพ แห่งที่ 4  (เชียงของ-ห้วยทราย)  จังหวัดเชียงราย  เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ เพื่อเชื่อมโยง โครงข่าย คมนาคมขนส่งของไทย ลาวและจีน เข้าด้วยกัน          โครงการนี้มีการผลักดันตั้งแต่   พ.ศ. 2544  โดยไทยและลาวได้เสนอให้จีนพิจารณาเป็น  ส่วนหนึ่งของการพัฒนาเส้น R3  เชียงราย-คุนหมิง ในการประชุมหารือ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ไทย ลาว  จีน  และธนาคารพัฒนาแห่งเอเซีย (ADB)  ระหว่างวันที่ 12-13 มี.ค.2550  โดยจีนและไทยได้ตกลงร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงการ ในสัดส่วนที่เท่ากัน  ทั้งนี้ไม่รวมถึงค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและงานที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งลาวและไทยจะเป็นผู้รับภาระ ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งโครงการ 1,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ การออกแบบรายละเอียดของโครงการ ฝ่ายไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยกรมทางหลวง ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมของสะพานข้ามแม่น้ำโขง ทางหลวงต่อเชื่อม  จุดสลับทิศทางการจราจร  และด่านพรมแดน  พร้อมทั้งระบบสาธารณูปโภค  รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานสากล
         ตัวสะพานมีความยาว 1.2 กม. กว้าง 14.70 เมตร เป็นสะพานขนาด 6 ช่องจราจร พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 2 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร  มีความยาวช่วงข้ามแม่น้ำโขง 480 เมตร  ก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง  (Segment concrete Box Girder)  ก่อสร้างโดยวิธี Balanced Cantilever   ความยาวช่วงละ 110 เมตร 3 ช่วง และช่วงริม 75 เมตร 2 ช่วง โดยมีจะมีเชิงลาดสะพานยาว 150 เมตร ความยาวช่วงสะพาน 30 เมตร 5 ช่วง มีความยาวโดยรวม 630 เมตร  ล่าสุดขณะนี้การก่อสร้างภาพรวมคืบหน้าประมาณ 80%  กำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งาน เดือน มิ.ย.2556
สะพานแห่งนี้ เปรียบเสมือนประตูเปิดสู่กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ถือว่ามีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค โดยเฉพาะ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงภูมิภาคทั้งทางบก น้ำ และอากาศ อีกทั้งมีตำแหน่งอยู่ใจกลางกลุ่มประเทศอาเซียน
ส่วนลาวเป็น อีกหนึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีศักยภาพสูง เพราะมีเขตแดนเชื่อมต่กับจีนและหลายประเทศในภูมิภาค มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งแร่ธาตุ ป่าไม้ หรือพลังงาน มีความพร้อมที่เป็นแบตเตอรี่แห่งเอเซีย อีกทั้งประชากรไม่มากนัก และมีนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ จึงมีโอกาสพัฒนาประเทศได้มากในทุกๆ ด้าน
เมื่อไทย-ลาว ร่วมมือกัน ยิ่งมีศักยภาพทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ จากการมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ถึง 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า จีน เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย ที่สำคัญทั้ง 2 ประเทศ อยู่ในเส่นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมโยงไทย จีน พม่า และลาว และแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงพม่า ไทย ลาว และเวียดนาม   ภายใต้กรอบ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) ระหว่าง 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีนตอนใต้ (ยูนนาน) ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ซึ่งเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การค้าการลงทุน การบริหาร และ การเป็นประตูการค้าของอาเซียนเชื่อมโยงสู่จีนและอินเดีย

นอกจากนี้ ไทย-ลาว ยังมีนโยบายพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมทางเศรษฐกิจชายแดนร่วมกัน ในลักษณะของเมืองคู่แฝดภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-โขง ระหว่างประเทศในภูมิภาค คือ กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม  ซึ่งรวมตัวกันอย่างใกล้ชิดผนวดกับการขยายความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยง โครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านคมนาคมขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/313727

Leave a Reply